วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ก้าวที่ ๒

(ต้องขอโทษนะครับ ผมได้เรียบเรียงและเพิ่มในส่วนนี้ใหม่หลังจากที่ได้รับคำแนะนำการใช้งาน blog มากขึ้น)

หลังจากทดลองในระบบแรกที่ดัดแปลงรางน้ำเป็นกระบะปลูก เวลาผ่านไปกว่า ๑ ปี ได้เรียนรู้ปัญหามากแล้ว จึงขอทดลองปรับปรุงระบบการเลี้ยงแบบใหม่หมด ใช้ระบบน้ำล้นจากถังเลี้ยงปลาไปบ่อพักก่อนสูบเข้าถังกรอง แล้วจึงจ่ายเข้าแปลง/กระบะปลูกพืช ก่อนน้ำจะไหลผ่านไปลงถังปลา ง่ายๆอย่างในภาพ ซึ่งคราวนี้ใช้ถังเลี้ยงปลาแบบวัสดุรีไซเคิล ๓ ถังขนาด ๑๐๐ ลิตรต่อเชื่อมด้วยช่องทางน้ำล้น กระบะที่ปลูกพืชก็ออกแบบง่ายๆ (ดังภาพล่างซ้าย) ให้น้ำผ่านในกระบะ แล้วนำพืชที่สนใจมาปลูกลงในกระบะทั้งให้ต้นและรากสัมผัสน้ำโดยตรง และวิธีปลูกในตะกร้าเล็กๆที่มีวัสดุปลูกให้ยึดลำต้นไว้ก่อน



คราวนี้ ชนิดปลาที่เลี้ยงเป็นปลาหมอสีหลายชนิด และปลาตะพาก ราคาปลาสูงขึ้นมาหน่อย ก็เลยต้องใช้ตาข่ายคลุมบ่อกันหลุดหนี ส่วนพืชที่ปลูกก็เป็นชนิดอื่น ตามแต่จะหาได้ หลังจากผ่านไประยะหนึ่งปี ยังไม่พบปัญหาเรื่องเลี้ยงปลาเลย ส่วนพืชก็ได้ผลผลิตเป็น มะระขี้นก (ที่ดูไม่ค่อยน่ากิน) และผักใบเขียว อย่างใบพลู ผักปลังบ้าน เป็นต้น

ต้นมะระจีนที่ขึ้นบนค้าง (ภาพบนขวา) ส่วนลำต้นเพียงต้นเดียว ใช้วิธีปลูกในตะกร้าขนาดเล็กสำหรับปลูกกล้วยไม้ที่ใส่วัสดุปลูกแบบมีรูพรุน ด้วย ซึ่งให้ผลที่ดีมาก คือ สามารถยึดลำต้นมะระได้ และมีรากสีขาวจำนวนมากล้นออกมาหาสารอาหารจากในกระบะปลูก



ใบพลู เตยหอมที่ปลูกในกระบะปลูกบนขอบถังเลี้ยงปลาที่มีน้ำไหลผ่าน

ข้อสังเกตที่พบ คือ หากละลายปูนโดโลไมท์ แล้วเติมลงไปในระบบเล็กน้อย บ่อยๆครั้ง ผลผลิตมะระจะดูดีขึ้น ให้ผลจำนวนมากและใหญ่ขึ้น ส่วนแปลงที่ปลูกองุ่นเจริญได้ดีเฉพาะใบ เท่านั้น



ผลมะระที่นำไปเป็นอาหาร รู้สึกว่า รสชาติดีนะ ไม่มีรสขมมาก
ที่สำคัญคือ กรอบและมีน้ำมาก



ในภาพนี้ เป็นระบบที่ต่อเนื่องจากก้าวแรก จะเป็นต้นองุ่นที่ขึ้นบนค้าง มีคำพูดแนะว่า ‘หากจะปลูกองุ่นให้เริ่มเดินทีละก้าว ตั้งแต่ ปลูกให้ได้เป็นต้นแตกใบงามๆ แล้วค่อยมาเพิ่มทำให้ออกดอก เลี้ยงให้เป็นผล แล้วจึงค่อยพัฒนาให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น จนสามารถขายเป็นผลผลิตได้ อาจจะใช้เวลาหลายปี แต่ก็จะประสบผลสำเร็จในที่สุด คิดทำไปทีละก้าวอย่างนี้แล้วจะได้มีกำลังใจ เพราะปลูกองุ่นเพื่อการค้าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย’ ผมเห็นด้วยนะ

บทสรุปคราวนี้ ก็ได้เรียนรู้ระบบที่แตกต่างไปจากก้าวแรก แต่ก็ให้ประสบการณ์ที่ดีเช่นกัน อาจบอกได้เลยว่า ระบบง่ายๆทั้งสองอย่างนี้ก็สามารถบำบัดน้ำในบ่อเลี้ยงปลาได้เป็นอย่างดี และเมื่อดูสัดส่วนของถังเลี้ยงปลากับแปลงพืชก็คงพอจะประเมิน และออกแบบเพื่อก้าวที่ ๓ ต่อไปได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น